การขยายเมล็ดพันธุ์

การทำแปลงขยายพันธุ์ข้าว

1. การคัดเลือกพื้นที่ทำแปลงขยายพันธุ์ข้าว

        - พื้นที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ติดต่อกันหรืออยู่ใกล้เคียงกัน สะดวกในการดูแล และติดตามงาน

        - ติดถนน การคมนาคมสะดวก

        - มีแหล่งน้ำใช้พอเพียงตลอดฤดูการผลิต

        - ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่อยู่ใกล้คอกสัตว์ และบ่อเลี้ยงปลา

        - ไม่เป็นดินกรดจัด หรือด่างจัด

        - อยู่ใกล้แหล่งรับซื้อและโรงงานปรับปรุงสภาพ

2. การคัดเลือกเกษตรกร

        - มีความสนใจ ตั้งใจจริงและพร้อมที่จะปฏิบัติตามขั้นตอนการผลิตเมล็ดพันธุ์

        - ขยัน หมั่นตรวจถอนพันธุ์ปนสม่ำเสมอ

        - ซื่อสัตย์ รักษาคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ ไม่ปลอมปน หรือลักจำหน่ายเมล็ดพันธุ์

        - มีการรวมกลุ่มช่วยกันถอนพันธุ์ปน

        - มีพื้นที่ไม่มากเกินไป จะได้มีเวลาตรวจถอนพันธุ์ปน

3. การคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่จะผลิต

        - เหมาะสมกับพื้นที่ปลูกและระดับน้ำ

        - เป็นพันธุ์ที่เกษตรกรสนใจและนิยมปลูก

        - ต้านทานต่อโรคและแมลงที่สำคัญในพื้นที่

        - หลีกเลี่ยงพันธุ์ที่ไม่ทนทานต่อสภาพอากาศในบางฤดู

        - เป็นพันธุ์ข้าวที่ตลาดต้องการ

4. การวางแผนการปลูกข้าว

        - หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวต่างจากพันธุ์เดิม เพื่อลดปัญหาข้าวปนจากข้าวเรื้อ

        - กำจัดข้าวเรื้อก่อนเปลี่ยนพันธุ์ใหม่

        - ห้ามปลูกข้าวพันธุ์ที่อ่อนแอต่ออากาศ หนาวเย็นในช่วงกันยายน-พฤศจิกายน

        - หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวในเดือนที่ระยะเก็บเกี่ยวตรงกับช่วงฝนตกชุก

5. การเตรียมดิน

        - กำจัดข้าวเรื้อก่อนเปลี่ยนพันธุ์ข้าว หรือ เริ่มทำแปลงขยายพันธุ์ครั้งแรก โดย ตากหน้าดินหลังเก็บเกี่ยวข้าวอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แล้วใช้โรตารี่ย่ำกลบตอซัง จากนั้นระบายน้ำออกให้หน้าดินแห้ง 2 สัปดาห์ จนข้าวเรื้องอก จึงใช้ขลุบย่ำ กลบข้าวเรื้อ หมักไว้1-2 สัปดาห์ ก่อนคราด ทำเทือก ปลูก

        - ปรับพื้นนาให้เรียบสม่ำเสมอ ทำร่อง ระบายน้ำทุก 4 เมตร

 6. การเตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าว                                                          

        - ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้                        

        - สุ่มเมล็ดพันธุ์เพื่อตรวจสอบ ข้าวปน และความงอกก่อนปลูก

        - ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวในอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับปลูกแบบหว่านน้ำตม และ 5 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับปลูกแบบปักดำด้วยคน และ 10 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับปักดำด้วยเครื่องปักดำ

7. วิธีการปลูกข้าว

        7.1 หว่านน้ำตม เหมาะสำหรับพื้นที่อาศัยน้ำชลประทานที่ขาดแคลนแรงงาน ทำนาหลายครั้งต่อปี ไม่มีการเปลี่ยนพันธุ์ โดยนำเมล็ดพันธุ์ข้าวแช่ในน้ำสะอาด นาน 1 - 2 ชั่วโมง นำขึ้นหุ้มอีก 36 - 48 ชั่วโมง จนเมล็ดงอกเป็นตุ่มตา ค่อยนำไปหว่านในนาด้วยมือหรือเครื่องหว่านเมล็ด

        7.2 ปักดำ เหมาะสำหรับพื้นที่อาศัยน้ำฝน หรือมีการเปลี่ยนพันธุ์ข้าว เพื่อป้องกันปัญหาข้าวเรื้อ และกรณีที่มีเมล็ดพันธุ์จำกัด แต่ต้องการขยายปริมาณมาก

         7.2.1 การตกกล้าในนาและปักดำด้วยคน    ต้องกำจัดข้าวเรื้อในแปลงที่จะใช้ตกกล้า   นำเมล็ดพันธุ์ข้าวแช่และหุ้มเช่นเดียวกับวิธีหว่านน้ำตม    จนเมล็ดงอกเป็นตุ่มตาจึงนำเมล็ดไปหว่านในนา    รอจนกล้าอายุ 20- 30 วัน  ค่อยถอนกล้าแล้วนำไปปักดำในนา ที่มีระดับน้ำไม่เกิน 10 เซนติเมตร

          7.2.2  การตกกล้าและปักดำด้วยรถดำนา   ต้องร่อนทำความสะอาดวัสดุเพาะกล้าก่อนนำมาใช้  เพื่อป้องกันเมล็ดข้าวที่ติดมากับวัสดุเพาะ(ขี้เถ้าแกลบ)   นำเมล็ดพันธุ์ข้าวแช่และหุ้มเช่นเดียวกับวิธีหว่านน้ำตม  แต่ลดระยะเวลาหุ้มลงเหลือ 24 ชั่วโมง   จึงนำเมล็ดข้าวงอกไปโรยในกะบะอัตรา 200-250 กรัม(ข้าวแห้ง)ต่อถาด   แล้วหุ้มเมล็ดต่ออีก 24 ชั่วโมง   ค่อยนำกะบะไปเรียงในนาหรือลานเพาะกล้า  คลุมกะบะด้วยซาแรนต่ออีก 3 วันจึงเปิดซาแรนออก   พอกล้าอายุได้ 15 – 22 วัน  ค่อยนำกล้าออกจากถาดไปปักดำในนาที่ระบายน้ำออกหมด

8. การควบคุมหอยเชอรี่

        - ปล่อยเป็ดกินช่วงเตรียมแปลง และใช้ตาข่ายดักจับขณะสูบน้ำเข้านา

        - ใช้สารกำจัดหอยเชอรี่ขณะหมักเทือกก่อนหว่านข้าว 1-2 วัน

         * นิโคซามาย 50 กรัมต่อไร่

         * เมทัลดีไฮด์ 150 กรัมต่อไร่

         * สมุนไพรกำจัดหอยเชอรี่ 3 กิโลกรัมต่อไร่

        - ระดับน้ำในนาขณะใช้สารไม่เกิน 5 เซนติเมตร

9. การควบคุมวัชพืช

        - ใช้สารเคมีควบคุมวัชพืชให้ถูกต้อง

           * ถูกกับชนิดของวัชพืช (ใบแคบ ใบกว้าง กก )

           * ถูกกับเวลาที่ใช้แล้วได้ผลดี (โดยนับจาก วันหว่านข้าว)

           * ถูกอัตราที่สารนั้นกำหนด

        - เปิดน้ำเข้านาหลังพ่นสารเคมี 3 วัน

        - รักษาระดับน้ำ 5 - 10 เซนติเมตร หลังกำจัดวัชพืช เพื่อป้องกันวัชพืชงอกอีกครั้ง

10. การจัดการน้ำในนาข้าว

        - รักษาระดับน้ำให้เหมาะสมกับอายุข้าว

           * ระยะกล้า 5 เซนติเมตร.

           * ระยะแตกกอ 5 - 10 เซนติเมตร

           * ระยะตั้งท้อง-ออกดอก 10 เซนติเมตร

        - ระบายน้ำก่อนเก็บเกี่ยว

           * นาดินเหนียว 10 - 14 วัน

           * นาดินทราย 7 วัน

11. การใส่ปุ๋ยในนาข้าว

        - กำจัดวัชพืชก่อนใส่ปุ๋ย

        - ระดับน้ำขณะใส่ปุ๋ย 5 - 10 เซนติเมตร.

        - ใส่ปุ๋ยให้เหมาะกับชนิดของดิน ชนิดและระยะการเจริญเติบโตข้าว

ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง(ต้นเตี้ย)

1. ดินเหนียว แบ่งใส่ 2 ครั้ง

     - ครั้งแรก ปุ๋ยสูตร16-20-0 หรือ 18-22-0 หรือ 20-20-0 อัตรา 25 - 35 กิโลกรัม/ไร่

     - ครั้งสอง ปุ๋ยยูเรีย อัตรา 10 - 15 กิโลกรัมต่อไร่่ หรือ แอมโมเนียมซัลเฟต อัตรา 20 - 30 กิโลกรัมต่อไร่

2. ดินร่วน และดินทราย แบ่งใส่ 2 ครั้ง

     - ครั้งแรก ปุ๋ยสูตร16-16-8 หรือ 15-15-15 อัตรา 25 - 35 กิโลกรัม/ไร่

     - ครั้งสอง ปุ๋ยยูเรีย อัตรา 10 - 15 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ แอมโมเนียมซัลเฟต อัตรา 20 - 30 กิโลกรัมต่อไร่่

ข้าวไวต่อช่วงแสง(ต้นสูง)

1. ดินเหนียว แบ่งใส่ 2 ครั้ง

     - ครั้งแรก ปุ๋ยสูตร16-20-0 หรือ 18-22-0 หรือ 20-20-0 อัตรา 20 - 25 กิโลกรัมต่อไร่

     - ครั้งสอง ปุ๋ยยูเรีย อัตรา 5 - 10 กิโลกรัมต่อไร่่ หรือ แอมโมเนียมซัลเฟต อัตรา 10 - 20 กิโลกรัมต่อไร่

2. ดินร่วน และดินทราย แบ่งใส่ 2 ครั้ง

    - ครั้งแรก ปุ๋ยสูตร16-16-8 หรือ 15-15-15 อัตรา 20 - 25 กิโลกรัมต่อไร่

    - ครั้งสอง ปุ๋ยยูเรีย อัตรา 5 - 10 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ แอมโมเนียมซัลเฟต อัตรา 10 - 20 กิโลกรัมต่อไร่

12. การกำจัดข้าวปน

- ระยะแตกกอ

- ระยะออกดอก

- ระยะโน้มรวง

- ระยะพลับพลึง

13. การป้องกันกำจัดศัตรูข้าว

- โรคข้าว

- แมลงศัตรูข้าว

- สัตว์ศัตรูข้าว

14. การเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ข้าว

 - ระบายน้ำก่อนเก็บเกี่ยวอย่างน้อย 7 - 10 วัน

 - เก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ระยะสุกแก่พอดี ประมาณ 30 วันหลังข้าวออกดอก 80 %

 - ทำความสะอาดรถเกี่ยวนวดก่อนเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์

 - เกี่ยวข้าวขอบแปลงแยกออกเพื่อทำความสะอาดรถเกี่ยวนวดอีกครั้งก่อนเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์

 - ทำความสะอาดภาชนะบรรจุ และรถบรรทุกก่อนเก็บเกี่ยว และชักลากเมล็ดพันธุ์